เส้นนี้วัดอะไร
ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สรุปราคาในช่วงที่เลือก แบบธรรมดาให้น้ำหนักแต่ละค่าเท่ากัน ส่วนแบบเอ็กซ์โพเนนเชียลให้น้ำหนักข้อมูลล่าสุดมากกว่า ทั้งสองแบบไม่รู้ราคาในอนาคต
กำหนดกรอบอ้างอิง
ความยาวนับเป็นจำนวนแท่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นจำนวนวัน จดกรอบเวลาและข้อมูลราคาที่ใช้ก่อนเปรียบเทียบ ช่วงสั้นตอบสนองเร็วกว่า แต่อาจทำให้ความผันผวนชั่วคราวดูสำคัญเกินจริง
อ่านบริบท ไม่ใช่คำสั่ง
ความชันและจุดตัดอธิบายประวัติราคาที่เลือก ไม่ได้ยืนยันว่าการเคลื่อนไหวจะดำเนินต่อ ช่วงที่ราคาแกว่งด้านข้างอาจเกิดจุดตัดซ้ำและนำไปสู่การตีความที่ขัดกัน
ลองเปรียบเทียบอย่างควบคุม
ใช้กราฟฝึกโดยคงสินทรัพย์และกรอบเวลา แล้วเปลี่ยนเฉพาะความยาวค่าเฉลี่ย จดว่าสิ่งใดชัดขึ้นและสิ่งใดช้าลง อย่าเลือกค่าเพียงเพราะเข้ากับการเคลื่อนไหวในอดีตครั้งเดียว
ตัวอย่างคำนวณ SMA และ EMA ระยะ 5 แท่ง
สมมติราคาปิดเป็น 100, 102, 101, 103 และ 109 ค่า SMA ระยะ 5 แท่งคือ 515/5 = 103 น้ำหนักของ EMA ระยะ 5 แท่งแบบทั่วไปคือ 2/(5+1) หรือ 1/3 หากสมมติค่า EMA ก่อนหน้าแยกต่างหากว่าเป็น 102 ค่าใหม่จะเท่ากับ 102 + (109−102)/3 หรือประมาณ 104.33 ค่า 102 ก่อนหน้านั้นเป็นสมมติฐานเพื่อสาธิต การตอบสนองต่อราคาล่าสุดไวกว่าไม่ได้แปลว่าทำนายหรือสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่า นี่เป็นตัวอย่างคำนวณ ไม่ใช่ผลงานจากตลาดจริง
ทำไมเส้นค่าเฉลี่ยไม่ตรงกัน
ใช้สัญลักษณ์ ตลาด ประเภทแท่ง ช่วงซื้อขาย กรอบเวลา แหล่งราคาและระยะเดียวกัน 20 แท่งบนกราฟ 4 ชั่วโมงกับรายวันใช้ข้อมูลต่างกัน SMA กับ EMA ระยะเท่ากันก็ต่างกัน บันทึกหน้ากราฟแล้วเปลี่ยนทีละค่า เปรียบเทียบแท่งปิดแล้วทั้งช่วงขึ้นและแกว่งข้าง เก็บกรณีที่ช่วยได้น้อยด้วย จุดตัดบอกลำดับค่าเฉลี่ย ไม่รับประกันราคาจับคู่หรือพิสูจน์ค่าที่ดีที่สุดสำหรับทุกสินทรัพย์
แหล่งอ้างอิงทางการ
แหล่งอ้างอิงอาจเป็นภาษาอังกฤษ